DSpace
 

DSpace at Bangkok University >
Graduate School >
Master Degree >
Independent Studies - Master >

Please use this identifier to cite or link to this item: http://dspace.bu.ac.th/jspui/handle/123456789/2152

Title: การวิเคราะห์เนื้อหาสารและการตอบสนองบนเพจเฟสบุ๊คเว็บท่องเที่ยว กรณีศึกษาเพจเฟสบุ๊คเว็บ Chillpainai
Other Titles: Content and engagement analysis travel page on facebook: A case study of Chillpainai facebook fanpage
Authors: ณัฐภณ กิตติทนนท์ชัย
Keywords: การนำเสนอเนื้อหา
ปฏิกิริยาตอบกลับ
เพจเฟสบุ๊ค
เว็บท่องเที่ยว
Chillpainai
Issue Date: 2559
Publisher: มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
Abstract: การศึกษาเรื่อง “การวิเคราะห์เนื้อหาสารและการตอบสนองบนเพจเฟสบุ๊คเว็บท่องเที่ยว กรณีศึกษาเพจเฟสบุ๊คเว็บ Chillpainai” ผู้วิจัยแบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ส่วนตามวัตถุประสงค์ คือ 1) รูปแบบการนำเสนอเนื้อหาบนเพจเฟสบุ๊คของเว็บไซต์ Chillpainai 2) เพื่อศึกษาปฏิกิริยาตอบกลับของผู้รับสารต่อการนำเสนอเนื้อหาบนเพจเฟสบุ๊คของเว็บไซต์ Chillpainai ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ใช้เครื่องมือลงรหัสสำหรับการวิเคราะห์เนื้อหา (Coding Sheet) เก็บข้อมูล ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2559-30 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 จำนวนทั้งสิ้น 331 โพสต์ ซึ่งในวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 ผู้วิจัยจะแสดงจำนวนแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องซึ่งปรากฏในรูปแบบจำนวนครั้งและร้อยละ ส่วนวัตถุประสงค์การวิจัยในข้อที่ 2 ผู้วิจัยจะแสดงค่าปฏิกิริยาตอบกลับ (Engagement) เฉลี่ยต่อโพสต์ของแนวคิด และทฤษฎีที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ผลการศึกษาพบว่า ประเภทเนื้อหาทางเพจนำเสนอเรื่องที่พักมากที่สุด ส่วนปฏิกิริยาตอบกลับพบว่าเนื้อหาประเภทคำคมมีค่าเฉลี่ย Engagement มากที่สุด ด้านวัตถุประสงค์การสื่อสารพบว่ามีความสอดคล้องกันทั้งเรื่องจำนวนและปฏิกิริยาตอบกลับคือใช้วัตถุประสงค์เพื่อให้ความรอบรู้มากที่สุด กลยุทธ์การสร้างและตรึงความสนใจทางเพจเลือกใช้กลยุทธ์แบบการกระทำคือนำเสนอเนื้อหาที่ดูน่าสนใจหลาย ๆ แบบ ส่วนปฏิกิริยาตอบกลับของผู้รับสารมีต่อการใช้กลยุทธ์แบบความเป็นจริงมากที่สุดคือใช้รูปภาพหรือเปรียบเทียบทำให้เห็นภาพตามวัตถุประสงค์เดียวกัน ส่วนภาษาและลีลาการเขียนจะเน้นเรื่องความถูกต้อง ชัดเจนมากที่สุด รวมถึงผู้รับสารก็มีปฏิกิริยาตอบกลับต่อการใช้เทคนิคนี้มากที่สุดเช่นเดียวกัน และยังพบว่า ทางเพจเน้นการใช้ภาพถ่ายประเภทสถานที่เยอะที่สุด ซึ่งเป็นไปตามสัดส่วนของเนื้อหาที่ถูกนำเสนอมากที่สุดบนเพจ ซึ่งไม่สอดคล้องกับปฏิกิริยาตอบกลับของผู้รับสารที่พบว่ามีต่อประเภทภาพถ่ายแนวฮิปสเตอร์มากที่สุด สำหรับประเภทคอนเทนต์บน Facebook ที่ทางเพจนิยมใช้มากที่สุดคือการใช้ Link ซึ่งด้วยเทคโนโลยีของ Facebook ในปัจจุบันเมื่อวางลิงค์ลงไปจะปรากฏภาพหลักของเนื้อหาปลายทาง ซึ่งเป็นการเร้าความสนใจจากผู้อ่านด้วยรูปภาพด้วยอีกทางหนึ่ง โดยปฏิกิริยาตอบกลับของผู้รับสารมีต่อประเภทคอนเทนต์แบบ Photo มากที่สุด รวมถึงใช้เทคนิคการพาดหัว Facebook เพื่อให้ผู้อ่านสนใจโดยเน้นการพาดหัวที่เล่นกับความสำคัญหรือความเด่นมากที่สุด ขณะที่ปฏิกิริยาตอบกลับของผู้รับสารมีต่อการพาดหัวที่เน้นความรวดเร็วสดใหม่มากที่สุด นอกจากนี้ในเรื่องหลักการสร้างเนื้อหาที่มีคุณค่า ทางเพจใช้หลักการสร้างเนื้อหาที่มีประโยชน์ (Useful) มากที่สุด แต่ปฏิกิริยาตอบกลับของผู้รับสารกลับมีต่อหลักการสร้างเนื้อหาที่มีความเป็นต้นฉบับของตัวเองมากที่สุด เพราะฉะนั้นการทำเนื้อหาบนเพจ Facebook เว็บไซต์ท่องเที่ยวให้ประสบความสำเร็จควรคำนึงถึงเนื้อหาที่ผู้บริโภคมีปฏิกิริยาตอบกลับที่ดีเป็นสำคัญ นั่นคือเน้นการนำเสนอเนื้อหาประเภทภาพถ่ายให้มากยิ่งขึ้น อาทิ ภาพถ่ายสถานที่ ภาพพร้อมข้อความคำ โดยต้องนำประเภทภาพถ่ายที่ กำลังได้รับความนิยมมาปรับใช้นำเสนอด้วย เช่น ภาพถ่ายแนวฮิปสเตอร์ นอกจากนี้ควรใช้การนำเสนอเนื้อหาแบบให้เห็นภาพเป็นรูปธรรม รวมทั้งต้องสร้างเนื้อหาที่มีความเป็นต้นฉบับของตัวเองด้วย
This research has two principle objectives: 1) To examine the type of contents publishing on Chillpainai Facebook page. 2) To investigate engagement to the contents publishing on Chillpainai Facebook page. The study methodology was qualitative research using coding sheet as a tool for contents analysis. The research data were collected from 331 content posts which were published on Chillpainai Facebook page during June 20, 2016 to July 30, 2016. The study was divided in two parts as per research objectives. In the first part, the quantity of concepts and theories concerned with this study were presented through frequency and percentage. The Facebook Engagement Rate per post were presented in the second part. The results of the study showed that the most publishing contents on Chillpainai Facebook page is accommodation contents. Regarding the Facebook Engagement Rate, the result found that quotes contents can get the highest average engagement rate. In the aspect of communication, content quantity and engagement are consistent in the purpose of providing audience with knowledge most. Considering about strategy for creating and catching audience attention, the result found that Chillpainai Facebook page uses cognitive strategy by publishing variety of fascinating contents. The audiences have the most engagement to photo or visual comparison based on the same objective, which is the realized strategy that Chillpainai Facebook page applied for. Content style and language appeared on Chillpainai Facebook page emphasizes the accuracy and clarity writing, which can encourage the audience to give engagement to the contents. Moreover, the study found that photography of places are most often used and achieve the highest ratio of contents publishing on the Chillpainai Facebook page. In contrast, the audiences give the most engagement to Hipster photography publishing on the page. For the type of content on Chillpainai Facebook page, the most popular type is the usage of Facebook Link Technology, which currently appears the main photo of destination content and also attracts the audience from fascinating main photo. The study also revealed that audiences mostly give their engagement to photogenic content, as much as latest and freshest content headline. The content writers use technique for creating content headline by selecting the outstanding keywords to draw the audience’s attention. In addition, Chillpainai Facebook page intend to create valuable and useful contents. However, the audiences rather have their engagement to independent-styled content. Therefore, to create successful content on Facebook page of travel website, content creator should mainly consider contents that can attract positive engagement from audience. Popular photography, such as places photography, image with caption or Hipster photography should be applied more in the content. In addition, the content creator should create the independent-styled content and present it into concrete visualization.
Description: การค้นคว้าอิสระ (นศ.ม.)--สาขาวิชาการสื่อสารการตลาดดิจิทัล บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, 2558
Advisor(s): ชุติมา เกศดายุรัตน์
URI: http://dspace.bu.ac.th/jspui/handle/123456789/2152
Appears in Collections:Independent Studies - Master

Files in This Item:

File Description SizeFormat
nattaphon_kitt.pdf4.31 MBAdobe PDFView/Open
View Statistics

Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.

 

  DSpace Software Copyright © 2002-2010  Duraspace - Feedback