DSpace
 

DSpace at Bangkok University >
Graduate School >
Master Degree >
Independent Studies - Master >

Please use this identifier to cite or link to this item: http://dspace.bu.ac.th/jspui/handle/123456789/2449

Title: ศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคในการสร้างสื่อและเทคโนโลยีเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการสำหรับเด็กอายุ 0-3 ปี
Other Titles: The Study of Consumer Behaviors in Implementing Media and Technology to Children Ages 0-3 Years
Authors: อภิชาติ วีระสกุลรักษ์
Keywords: เด็กอายุ 0-3 ปี
สื่อและเทคโนโลยี
การเสริมสร้างพัฒนาการด้านสติปัญญา ( IQ) และ อารมณ์ ( EQ)
Issue Date: 2560
Publisher: มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
Abstract: การศึกษาโครงการจัดตั้งธุรกิจสร้างสื่อและเทคโนโลยีเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการเด็กอายุ 0-3 ปี ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทัศนคติและพฤติกรรมของผู้บริโภคในการเลือกใช้สื่อให้กับเด็ก รวมไปถึงการศึกษาส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการเลือกซื้อสินค้าและบริการ ซึ่งมีการน าผลที่ ได้จากการวิจัยใช้เป็นข้อมูลโดยเน้นการผลิตสื่อและเทคโนโลยีที่ตรงกับความต้องการของกลุ่ม ผู้บริโภค และสามารถน าข้อมูลจากวิจัยเล่มนี้ใช้เป็นแนวทางในการด าเนินธุรกิจให้เกิดประโยชน์สูงสุด อย่างไรก็ตามการศึกษาครั้งนี้ต้องมีการเก็บข้อมูลในรูปแบบเชิงคุณภาพเพื่อสัมภาษณ์เชิงลึกกับ ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กและข้อมูลในรูปแบบเชิงปริมาณเพื่อส ารวจความคิดเห็นโดยใช้ แบบสอบถามที่สุ่มกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 400 คน โดยเน้นกลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่มพ่อแม่ที่ก าลัง วางแผนจะมีลูก และครอบครัวที่มีลูกมาแล้ว รวมไปถึงกลุ่มเด็กพี่เลี้ยงเด็กที่ดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเน้น การเก็บข้อมูลตามโรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า และสถาบันพัฒนาเด็กเล็ก ผลการศึกษาข้อมูลเชิง คุณภาพพบว่า ช่วงเวลา 3 ขวบปีแรกของชีวิต เป็นช่วงที่ส าคัญที่สุดในการพัฒนาศักยภาพของเด็ก ทั้งด้านสติปัญญา สังคม และอารมณ์ หากเด็กได้รับการเลี้ยงดูอย่างถูกต้อง จะส่งผลให้เด็กพัฒนา ศักยภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากปัจจุบันนี้สื่อสมัยใหม่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาการเด็กอย่าง เห็นได้ชัด ซึ่งเด็กยังไม่สามารถแยกแยะได้ว่าอะไรดี หรือไม่ดี และที่ส าคัญยังไม่สามารถควบคุมตัวเอง ได้ ดังนั้น หน้าที่ของพ่อแม่ควรเลือกสิ่งที่เหมาะสมให้กับลูก ในด้านข้อมูลเชิงปริมาณแสดงได้เห็นว่า เป็นเพศหญิงอยู่ในช่วงอายุ 30-39 ปี การศึกษาระดับปริญญาตรี มีรายได้ต่อเดือนประมาณ 30,00049,999 บาท และท างานในบริษัทเอกชน กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ก าลังวางแผนจะมีลูกมี ความต้องการใช้สื่อและเทคโนโลยีกับเด็ก ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ อาทิ เช่น หนังสือ นิทาน หรือ ตัวต่อกระดาษ เป็นต้น ผู้ปกครองจะให้เด็กได้ใช้เวลากับสื่อและเทคโนโลยีในช่วงเย็น ราวๆ 1-2 ชม.ต่อวัน นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างยังรู้สึกเป็นกังวลกับการใช้สื่อและเทคโนโลยีว่าจะใช้สื่อผิดวิธีและไม่ ตอบโจทย์ในการใช้ สิ่งที่กลุ่มตัวอย่างมีความเห็นด้วยอย่างยิ่งในการน าสื่อให้กับเด็กคือ การอ่าน หนังสือให้ลูกฟังวันละ 10-15 นาที และการเปิดเพลงบรรเลงเพื่อเสริมสร้างทักษะด้าน IQ และ EQ
This research about project development The Study of Consumer Behaviors in Implementing Media and Technology to Children Ages 0-3 Years to study consumer’s attitude, behavior and marketing mix that influence the selection of product and service. The data obtained from this research is using to create media and technology products match customer’s needs and guide the business to get the maximum benefit. However, this project has to collect qualitative data by using indepth interview from Child Development Specialist and collecting quantitative data by using survey method to distribute questionnaires to 400 samples of people. The main target groups are people who are willing to have children or who already had ones or babysitter, focus to get a work in hospitals, department stores and children centers. The result of qualitative data shows that the first three years of children is the most important period for developing children’s IQ AQ and EQ. Children cannot classify what is good or bad and cannot behave themselves properly. Then parents should choose the right thing to children. The result of quantitative shows the majority of the respondents were female aged between 30-39 years, bachelor degrees education, income 30,000 – 49,999 baht per month and the occupation are office employee. Most of the respondents are people who are going to have child. They are willing to use printing media such as tales books or paper model and the new media and technology with children 1-2 hours per day. Though, they are concerned that they will use new media to their children in the wrong way. The most media that parents strongly agree to implementing the new media to their children is to read a book for them for 10-15 minute per day and let them listen to a song in case of developing their IQ and EQ.
Description: การคนควาอิสระ (นศ.ม.)--บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, 2559
Advisor(s): กมลทิพย์ เตชะสกุลมาศ
ปีเตอร์ กัน
URI: http://dspace.bu.ac.th/jspui/handle/123456789/2449
Appears in Collections:Independent Studies
Independent Studies - Master

Files in This Item:

File Description SizeFormat
apichat.weer.pdf3.93 MBAdobe PDFView/Open
View Statistics

Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.

 

  DSpace Software Copyright © 2002-2010  Duraspace - Feedback