<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0">
  <channel>
    <title>DSpace Collection: วิทยานิพนธ์</title>
    <link>http://dspace.bu.ac.th/jspui/handle/123456789/317</link>
    <description>วิทยานิพนธ์</description>
    <pubDate>Mon, 06 Apr 2026 08:49:57 GMT</pubDate>
    <dc:date>2026-04-06T08:49:57Z</dc:date>
    <item>
      <title>การเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคาตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ที่มีผลต่อมูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุนรวมทองคำในประเทศไทย</title>
      <link>http://dspace.bu.ac.th/jspui/handle/123456789/4414</link>
      <description>Title: การเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคาตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ที่มีผลต่อมูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุนรวมทองคำในประเทศไทย
Authors: ธนาวุฒิ แก้วอินทร์
Abstract: งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคาตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ที่มีผลต่อมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) ของกองทุนรวมทองคำในประเทศไทย เครื่องมือที่นำมาใช้ในการวิเคราะห์คือ แบบจำลอง Vector Autoregressive (VAR) รวมถึงการวิเคราะห์ impulse response function โดยเหตุผลในการใช้ VAR เนื่องจากพบว่าสามารถอธิบายความสัมพันธ์กับตัวแปรหนึ่งที่ใช้ข้อมูลอนุกรมเวลาที่เกิดขึ้นแล้วในอดีตมาวิเคราะห์ได้ และงานวิจัยนี้ใช้ข้อมูลที่มีความถี่รายวันย้อนหลัง 3 ปี ตั้งแต่ พ.ศ.2557 ถึง พ.ศ.2559 ตัวแปรที่ใช้ในการวิเคราะห์ประกอบด้วย มูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) ของกองทุนรวมทองคำทั้งหมด 25 กองทุน สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ๆ ดังนี้ 1.กองทุนรวมที่ลงทุนโดยตรงกับทองคำแท่งในต่างประเทศ 2.กองทุนรวมที่ลงทุนในกองทุนรวม Exchange Traded Fund (ETF) และ 3.กองทุนรวมที่ลงทุนในกองทุน SPDR Gold Trust มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางในการตัดสินใจลงทุนในกองทุนรวมทองคำ เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) ของกองทุนรวมทองคำ เมื่อเปรียบเทียบกับดัชนีราคาตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และเพื่อให้ข้อมูลแก่นักลงทุนหรือบุคคลทั่วไปที่สนใจลงทุนในกองทุนรวมทองคำ ผลการวิจัยพบว่าการเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคาตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ มีผลต่อมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) ของกองทุนรวมทองคำในประเทศไทย นอกจากนี้พบว่าดัชนีราคาตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้ามกับมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) ของกองทุนรวมทองคำ อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกับมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) ของกองทุนรวมทองคำยังไม่สามารถสรุปได้ เนื่องจากมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) ของกองทุนรวมทองคำบางตัวแปรมีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้าม กับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) ของกองทุนรวมทองคำบางตัวแปรมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศนั่นเอง; This research examines the relationship among the Stock Exchange of Thailand (SET), foreign exchange rate, and Net Asset Value (NAV) of gold mutual funds in Thailand. The methodology applied in this research is vector autoregressive model (VAR) including impulse response function analysis. The reason to use VAR is because it is found that all mentioned variables comprising lagged periods have explanatory power to the change mutual funds’ NAV.  The data includes value of NAV of 25 gold mutual funds starting from 2014 to 2016 on a daily basis. The gold mutual funds are divided into 3 clusters: 1) Gold mutual funds invested in international bullion market, 2) Gold mutual funds invested in international gold Exchange Trade Fund (ETF), and 3) Gold mutual fund invested in SPDR gold trust. The objectives of this study are to investigate the factors which affect the change of Thai gold mutual funds and to provide information to any related person who is interested in investing in Gold mutual funds. The empirical results show that the change of the Stock Exchange of Thailand (SET) and change in foreign exchange rate affect NAV of Gold Mutual Funds in Thailand. To be more specific, the relationship between gold mutual funds’ NAV and foreign exchange rate are found in opposite direction. However, the relationship between gold mutual funds’ NAV and SET index is inconclusive.
Description: วิทยานิพนธ์ (วท.ม.) -- สาขาวิชาการเงิน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, 2562</description>
      <pubDate>Sat, 01 Jan 2563 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://dspace.bu.ac.th/jspui/handle/123456789/4414</guid>
      <dc:date>2563-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>ผลกระทบนโยบายการเงิน และนโยบายการคลังต่อดัชนีราคาหลักทรัพย์ กรณีศึกษาประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศสิงคโปร์</title>
      <link>http://dspace.bu.ac.th/jspui/handle/123456789/2520</link>
      <description>Title: ผลกระทบนโยบายการเงิน และนโยบายการคลังต่อดัชนีราคาหลักทรัพย์ กรณีศึกษาประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศสิงคโปร์
Authors: ตรีเพชร พุทธแดง
Abstract: การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาผลกระทบนโยบายการเงิน และนโยบายการคลังต่อดัชนีราคาหลักทรัพย์ กรณีศึกษาประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซียประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศสิงคโปร์ ซึ่งปัจจัยทางนโยบายการเงินที่ทำการศึกษา ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยนโยบาย และ อัตราแลกเปลี่ยน ส่วนปัจจัยนโยบายการคลังที่ทำการศึกษา ได้แก่ อัตราภาษี (นิติบุคคล) และ รายจ่ายรัฐบาล โดยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ จากการศึกษาข้อมูลทุติยภูมิ แบบอนุกรมเวลา (Secondary Data) เก็บข้อมูลเป็นรายไตรมาส ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 ถึง 2015 โดยการวิเคราะห์ข้อมูลแบบแยกรายประเทศ&#xD;
จากผลการทดสอบ Granger Causality พบว่านโยบายการเงิน คือ อัตราดอกเบี้ยนโยบาย จะเป็นสาเหตุต่อดัชนีราคาหลักทรัพย์ทุกประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนนโยบายการคลังไม่ได้เป็นสาเหตุของดัชนีราคาหลักทรัพย์ ส่วนผลการทดสอบ Impulse Response Function พบว่าเมื่อการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน (Shock) ของดัชนีราคาหลักทรัพย์ของแต่ละประเทศเพิ่มขึ้น 1 S.D. จะส่งผลให้ตัวต่อตัวมันเองในทิศทางบวก โดยนโยบายการเงินจะส่งผลต่อดัชนีราคาหลักทรัพย์ ส่วนนโยบายการคลังจะไม่ส่งผลต่อดัชนีราคาหลักทรัพย์แต่เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อภาคเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ&#xD;
และผลการทดสอบ Variance Decomposition ของทุกประเทศที่ได้ทำการศึกษา พบว่า ดัชนีราคาหลักทรัพย์ของแต่ละประเทศมีส่วนกำหนดความผันผวนของดัชนีราคาหลักทรัพย์ขึ้นอยู่กับตัวมันเองในช่วงเวลาก่อนหน้า รองลงมาคือ อัตราแลกเปลี่ยน อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าความเคลื่อนไหวของดัชนีราคาหลักทรัพย์ขึ้นอยู่กับนโยบายการเงิน ดังนั้นนโยบายการเงินจะส่งผลต่อดัชนีราคาหลักทรัพย์ของทุกประเทศ ส่วนนโยบายการคลังจะส่งผลต่อภาคเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ; The objective of this paper is to explore the effect of monetary policy and fiscal policy on stock market index in Thailand Malaysia Indonesia Philippine and Singapore. Policy rate and exchange rate are used as factors of monetary policy. Corporate tax and government spending are used as factors for fiscal policy. This study is quantitative research used time series secondary data. Data were collected quarterly by country, during period 2000-2015.&#xD;
The results of Granger Causality Test found that policy rate caused the change of stock market index significantly in every country and exchange rate caused the change of stock market index significantly in some country but fiscal policy didn’t caused the change of stock market index. Then the results from Impulse Response Function approach found that only 1 S.D. shock to stock market index will affect positively to itself. The monetary policy will affect the stock market index while fiscal policy won’t affect the stock market index but it will affect to real sector.&#xD;
The results of Variance Decomposition approach found that the stock market index of each country is the most affect the fluctuation on itself. Then the study found exchange rate and policy rate affect the fluctuation on the stock market index in sequent, which shown that change of the stock market index depend on monetary policy. So monetary policy will affect the stock market index in every country and fiscal policy will affect the real sector.
Description: วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--สาขาวิชาการเงิน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, 2559</description>
      <pubDate>Tue, 01 Jan 2560 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">http://dspace.bu.ac.th/jspui/handle/123456789/2520</guid>
      <dc:date>2560-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
  </channel>
</rss>

